เรียนออกแบบกลิ่นหอมและทำน้ำหอมเอง กับสถาบัน Bangkok FA

คอร์ส Scent & Fragrance Product Design

เมื่อพูดถึงกลิ่น คิดว่ากลิ่นมีความหมายในชีวิตของแต่ละคนอย่างไรบ้าง

กลิ่นที่ทำให้นึกถึงใครบางคน กลิ่นที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์บางอย่าง กลิ่นที่ส่งผลถึงอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ และยังเป็นสัญชาติญาณหบักของมนุษย์ และนอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างบุคลิกให้กับคนให้แตกต่างกันอีกด้วย

1.กลิ่นหอม

Perfume มาจากคำว่า per fumare ที่แปลว่า To smoke through ในภาษาละติน

ในสมัยโบราณ นักบวชจะใช้วิธีการจุดกำยานเพื่อบูชาและติดต่อกับเทพเจ้า ต่อมาชนชั้นสูงเริ่มใช้กลิ่นหอมในโอกาสต่างๆ เช่น ไม่ว่าจะใช้กับร่างกาย เพื่อเพิ่มเสน่ห์หรือดึงดูดเพศตรงข้าม หรือในงานเลี้ยงต่าง ๆ ต่อมาจึงเป็นสิ่งที่นิยมแพร่หลายออกไปสู้คนทั่วไปสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน

2.คำศัพท์เกี่ยวกับกลิ่นหอม

Anosmia

ภาวะเสียการรับกลิ่น คือไม่ได้กลิ่นใดๆ เลย

Character

ลักษณะของกลิ่น

Layering

การฉีดน้ำหอมหลายกลิ่นบนตัว ผสมเข้าด้วยกัน ให้กลิ่นหอมบนตัวซับซ้อนน่าสนใจมากขึ้น

Longevity

ระยะการติดทนของน้ำหอม

Sillage

กลิ่นที่อบอวล ล่องลอยอยู่ในอากาศ

3.ประเภทของหัวเชื้อน้ำหอม

ส่วนผสมน้ำหอมแบ่งเป็น 2 ประเภทตามแหล่งที่มา คือ น้ำหอมที่สกัดจากธรรมชาติ (Natural) และกลิ่นน้ำหอมสังเคราะห์ (Syntatic)

3.1 Natural คือกลิ่นที่สกัดจากธรรมชาติ ทั้งส่วนประกอบของต่าง ๆ พืช และ ส่วนประกอบของสัตว์ เช่นอำพันทะเลหรือขี้วาฬหัวทุย รวมถึง Civet สารสกัดจากต่อมใต้ผิวหนังของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพื่อทำให้น้ำหอมกลิ่นติดทนนาน กลิ่นเหล่านี้มีราคาสูงและไม่คงที่ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและสิ่งแวดล้อม คุณภาพจึงเปลี่ยนแปลงตลอด

3.2 Syntatic กลิ่นสังเคราะห์ คือกลิ่นที่มนุษย์แต่งขึ้นเพื่อเลียนแบบกลิ่นธรรมชาติ ไปจนถึงกลิ่นที่ผสมใหม่เอง เช่น กลิ่นสดชื่น กลิ่นทะเล กลิ่นแดด ราคาถูกกว่า ผลิตได้ในปริมาณมากและกลิ่นคงที่ จึงเป็นที่นิยมในการผลิตน้ำหอม

4.โครงสร้างน้ำหอม (Fragrance Pyramid)

Fragrance Pyramid แบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

Top Notes / Head Note เป็นกลิ่นประเภทที่ระเหยได้เร็วที่สุด จะติดผิวอยู่เพียง 5-15 นาทีเท่านั้น เป็นกลิ่นประเภทโมเลกุลเบา เช่น กลิ่นประเภท Citrus, Aromatic

Middle Notes / Heart Note เป็นกลิ่นที่คงที่ได้นานขึ้น จะติดผิวอยู่ที่ประมาณ 20-60 นาที เช่น กลิ่นประเภท Fruity, Floral, Green และ Spice

Base Notes / Bottom Notes เป็นกลิ่นที่โมเลกุลหนักที่สุด อาจติดอยู่ที่ผิวประมาณ 6 ชั่วโมงหรือทั้งวัน เช่น กลิ่นประเภท Woody หรือ Balsamic

5.ประเภทน้ำหอม

แบ่งตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอม ซึ่งในหลาย ๆ แบรนด์อาจออก Collection รุ่นหรือกลิ่นออกมาหลายประเภท และขายในราคาที่ต่างกัน ซึ่งความเข้มข้นนี้จะส่งผลถึงระยะเวลาที่ติดร่างกายของผู้ใช้น้ำหอม

Parfume คือน้ำหอมที่มีปริมาณหัวน้ำหอมมากถึง 20 – 30 % อยู่ได้นานถึง 6 – 8 ชั่วโมง มีราคาที่สูงที่สุด

Eau de Parfum คือน้ำหอมที่มีปริมาณหัวน้ำหอม 15 – 20 % อยู่ได้นานถึง 4 – 5 ชั่วโมง

Eau de Toilette คือน้ำหอมที่มีปริมาณหัวน้ำหอม 5 – 15 % อยู่ได้ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง

Eau de Cologne คือน้ำหอมที่มีปริมาณหัวน้ำหอม 2 – 4 % อยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง

Eau de Fraiche คือน้ำหอมที่มีปริมาณน้ำหอม 1 – 3 % อยู่ได้เพียงครู่เดียวหลังฉีดเท่านั้น

6.การสกัดน้ำหอม

การสกัดหัวน้ำหอมขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ แบ่งเป็นประเภทต่างๆ

Enfleurage

การดึงกลิ่นออกมาจากธรรมชาติ วางดอกไม้บนไขมันไร้กลิ่น ให้ไขมันดูดซับกลิ่นหอมออกจากดอกไม้จนอิ่มตัว แล้วเอาไปสกัดโดยใช้แอลกอฮอล์ ออกมาเป็น Absolute

Expression

การบีบ ทำเองได้ง่าย มักใช้กับพวกผลไม้ตระกูลส้ม ที่มีทั้งผิว ทั้งน้ำ ออกมาเป็น Essential Oil

Stream Distillation

การใช้ไอน้ำในการดึงกลิ่นออกมาส่วนใหญ่จะใช้กับดอกกุหลาบ ลาเวนเดอร์ ด้วยการเอาไปอบไอน้ำแล้วกลั่นออกมาเป็นกลิ่นหอมๆ

Solvent Extraction

การดึงกลิ่นหอมโดยใช้ Solvent ซึ่งเป็นตัวทำละลาย ใช้กับพวกที่เป็นของแข็ง อาทิ เปลือกไม้ โดยการเอาไปแช่ไว้ใน Solvent แล้วค่อยเอามาสกัดทีหลัง

Tincture and Resinoid

การสกัดกลิ่นที่มาจากสัตว์อย่างขี้วาฬ นำมาใส่ในแอลกอฮอล์และทำให้ระเหิด

Headspace Technology

การใช้เทคโนโลยีสร้างกลิ่น โดยใส่อุปกรณ์บันทึกกลิ่นในครอบแก้ว แล้วนำไปครอบดอกไม้ต้นไม้เพื่อจับกลิ่น จากนั้นจึงนำกลิ่นที่ได้มาแยกแยะเพื่อสังเคราะห์กลิ่นเลียนแบบ วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องฆ่าพืชเพื่อให้ได้วัตถุดิบ

7.ประเภทของกลิ่น (Fragrance Wheel)

    • Citrus เป็นกลิ่นที่อยู่ในกลุ่ม Top Notes ใน Fragrance Pyramid หรือกลิ่นที่ระเหยเร็ว ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา สดใส สดชื่น เช่น เลม่อน ส้ม มะกรูด
    • Aromatic เป็นกลิ่นที่อยู่ในกลุ่ม Top Notes ใน Fragrance Pyramid หรือกลิ่นที่ระเหยเร็ว เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ สมุนไพร เช่น ลาเวนเดอร์ ตะไคร้ โรสแมรี่ ยี่หร่า
    • Green กลิ่นธรรมชาติของต้นไม้ใบหญ้า เช่น ใบไม้ หญ้า ป่าไม้ ใบชา ยางไม้ ให้ความรู้สึกสดชื่น อยู่ในหมวด Middle Notes ของ Fragrance Pyramid
    • Minty เป็นกลิ่นที่ให้ความสดชื่นหอมเย็น ๆ เช่นกลิ่นของ Papermint, Spearmint จัดอยู่ในหมวด Middle Notes นิยมใช้ทำยาสีฟัน น้ำหอมผู้ชาย หรือ Unisex
    • Spice กลิ่นเครื่องเทศที่ค่อนข้างฉุน เป็นกลุ่ม Middle Notes นิยมในตะวันออกกลาง เช่น พริกไทย อบเชยกระเทียม ขมิ้น
    • Floral เป็นกลิ่นของดอกไม้ ให้ความรู้สึกหวาน นุ่มนวล โรแมนติก นิยมนำมาใช้เป็นน้ำหอมผู้หญิง จัดอยู่ในกลุ่ม Middle Notes
    • Fruity กลิ่นผลไม้ฉ่ำ ๆ หวานซ่อนเปรี้ยว นิยมนำมาใช้เป็นน้ำหอม Summer Collection เช่น พีข แอปเปิ้ล เกรปฟรุต จัดอยู่ใน Middle Notes
    • Woody กลิ่นไม้ ดูอบอุ่น ไม้หอมชนิดต่าง ๆ เช่น Sandalwood, Agarwood เป็นกลิ่นหมวด Base Notes มักนิยมนำมา ทำเป็นน้ำหอมผู้ชาย ให้ความรู้สึกสุขุม ลึกลับ

สำหรับคลาส Fragrance & Scent Creation โดยสถาบันแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ Bangkok FA จะพาทุกคนไปเรียนรู้เรื่องของ “กลิ่น” ตั้งแต่พื้นฐาน ทฤษฎี หลักการต่าง ๆ ทำความรู้จักกับกลิ่นไปจนสามารถคิด วิเคราะห์ และสร้างกลิ่นขึ้นมาเองเฉพาะตัว โดยสามารถนำไปใช้ในประเภทต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำน้ำหอม สร้างกลิ่นในบรรยากาศต่าง ๆ สร้างกลิ่นเพื่อต่อยอดและเพิ่มมิติให้กับธุรกิจ เช่น โรงแรม รีสอร์ท ร้านค้า ร้านอาหาร หรือนำไปประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกลิ่นหอมอื่น ๆ เช่น เทียนหอม ก้านหอม สเปรย์ปรับอากาศ