-->

IELTS

 

คือการทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ ที่ได้รับการพัฒนาจนเหมาะเป็นตัวทดสอบที่ใช้ประเมินความ
สามารถทางภาษาอังกฤษของผู้สมัครทั่วโลก ซึ่งประกอบด้วยทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
การสอบ IELTS เป็นการทดสอบที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะที่เป็นหนึ่งในข้อกำหนดสำหรับ
ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรหรือระดับอุดมศึกษา

IELTS เป็นตัวสอบที่ร่วมมือกันระหว่าง the University of Cambridge ESOL Examinations
(Cambridge ESOL)บริติช เคานซิล และ IDP : IELTS Australia ซึ่งการสอบ IELTS ถือได้ว่าเป็นตัว
สอบที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติสูงสุด

IELTS ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัย และบริษัทต่างๆในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา
นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ IELTS ยังเป็นที่ยอมรับของสถาบัน กองตรวจ
คนเข้าเมือง และ องค์กรของรัฐบาลอีกหลายแห่ง

ผู้สมัครสอบที่มีความประสงค์จะไปศึกษาต่อ ควรเลือกสอบหมวดการอ่านและการเขียนเชิงวิชาการ
(Academic Reading and Writing Modules)

  • หมวดการสอบเชิงวิชาการ (Academic Module) จะประเมินความรู้ความ สามารถของผสมัครู้สอบในใช้การภาษาเชิงวิชาการเพื่อการศึกษา เช่น การเจรจาโต้ตอบที่ซับซ้อน การอภิปรายเกี่ยวกับแนวความคิดนามธรรม และการจัดการข้อมูลต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ผู้สมัครสอบที่มีความประสงค์จะไปฝึกงาน หรือ อพยพย้ายถิ่นฐาน ควรเลือกสอบหมวดการอ่านและการ
เขียนเชิงการฝึกอบรมทั่วไป (General Training Reading and Writing Modules.)

  • หมวดการสอบเชิงการฝึกอบรม ทั่วไป (General Training Module)จะประเมินความสามารถทางภาษาของผู้สมัครสอบอย่างกว้างๆ โดยการสอบในหมวดนี้จะเหมาะกับ ผู้สมัครที่จะนำผลสอบไปใช้เพื่อการฝึกงาน เพื่อการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา หรือเพื่อการประกอบอาชีพ ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

 

 

 

หมวดการสอบเชิงวิชาการ (Academic Module)
จะประเมินความรู้ความ สามารถของผสมัครู้สอบในใช้การภาษาเชิงวิชาการเพื่อการศึกษาเช่น การเจรจาโต้ตอบ
ที่ซับซ้อน การอภิปรายเกี่ยวกับแนวความคิดนามธรรม และ การจัดการข้อมูลต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ

การทดสอบ IELTS แบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงเช้าสอบข้อเขียน ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ครึ่ง ทดสอบการฟัง 30
นาที การอ่าน 1 ชม. การเขียน 1 ชม. ช่วงบ่าย สอบสัมภาษณ์การพูดรายบุคคล ใช้เวลา คนละประมาณ 15 นาที
รายละเอียดสำหรับการสอบในทักษะต่างๆ เป็นดังนี้

 

  • Listening
  • Reading 1
  • Reading 2
  • Writing 1
  • Writing 2
  • Speaking


  • Listening

    การสอบฟังนั้น IELTS ใช้เวลา 30 นาที โดยมีคำถามทั้งหมด 40ข้อ และมีด้วยกัน 4 ส่วน
    สองส่วนแรกนั้น จะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน จะเป็นการสนทนาระหว่างคนสองคน หลังจากนั้นก็จะ
    เป็นคนพูดเพียงคนเดียว

    ตัวอย่างเช่น สนทนาเรื่องการวางแผนไปเที่ยว หรือ ตัดสินใจว่าจะไปไหนดีคืนนี้ และมีการพูดเกี่ยว
    กับการให้บริการแก่นักเรียนในมหาวิทยาลัย สองส่วนหลังจะฟังเกี่ยวกับสถานการณ์จำลอง โดยจะมี
    เนื้อหาหนักไปทางการศึกษา โดยจะมีบทสนทนากันระหว่างกลุ่มคนไม่เกินสี่ คน หลังจากนั้นก็จะเป็น
    การฟังคนพูดเพียงคนเดียว

    ตัวอย่างหัวข้อที่จะพูด อาจเป็นการสนทนาระหว่างอาจารย์และนักเรียนเกี่ยวกับการบ้าน หรือ อาจจะ
    เป็นการคุยกันในกลุ่มนักเรียน สองสามคน ปรึกษากันเรื่องหัวข้อทำวิจัย และ เลคเชอร์ หรือ การพูด
    แนววิชาการ ในการสอบ IELTS ไม่มีผู้สอบคนใดได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งนี้เพราะว่า หัวข้อที่นำมา
    ใช้ในการสอบนั้นจะเป็นหัวข้อทั่วไป ไม่เน้นไปในวิชาใดวิชาหนึ่ง ความยากจะค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยใน
    แต่ละส่วน สำเนียงภาษาอังกฤษที่ใช้ในการ สอบนั้น จะมีหลากหลายด้วยกัน รวมทั้งสำเนียงท้องถิ่น

    การสอบฟังนั้นจะมีการเปิดให้ฟังเพียงรอบเดียวเท่านั้นขณะที่ฟังผู้เข้าสอบ ต้องอ่านคำถามและเติม
    คำตอบในกระดาษคำถามไปพร้อมๆกัน เมื่อฟังเทปเสร็จเรียบร้อย จะมีเวลาให้ นำย้ายคำตอบจาก
    ในกระดาษมาเขียนลงในกระดาษคำตอบ


  • Reading : Academic Reading

    มีคำถามทั้งสิ้น 40 คำถาม ให้ทำในเวลา 60 นาทีโดยจะมีเรื่องสั้นๆให้อ่าน 3 เรื่อง ด้วยกันความยาว
    โดยรวมประมาณสองพันถึง 2,750คำ เนื้อหานั้นจะมาจากนิตยสารวารสาร หนังสือ และหนังสือพิมพ์
    และมีเนื้อหาเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป

    ในจำนวนนี้ จะมีอย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวกับ การแสดงความเห็น และอาจจะมีไดอะแกรม กราฟหรือ
    ภาพประกอบเรื่องนั้นๆ ถ้าหากเรื่องไหนมีศัพท์เทคนิคปะปนอยู่ก็จะมีคำอธิบายไว้ให้ ข้อสอบ IELTS
    จะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ คำถามบางคำถามอาจจะถามก่อนอ่านเนื้อเรื่อง บางคำถามก็ถามหลังเนื้อ
    เรื่อง

    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของคำถามนั้นๆคำถามข้อละหนึ่งคะแนนและผู้สอบควรตรวจสอบให้รอบคอบ
    ในการเขียนคำตอบในกระดาษคำตอบว่าสะกดได้ถูกหรือไม่ และ ถูกหลักไวยากรณ์หรือไม่ เพราะ
    หากไม่ถูกจะมีการหักคะแนน


  • Reading: General Training

    เนื้อหาในการอ่านนั้นจะนำมาจากประกาศ โฆษณา หนังสือราชการ คู่มือ แผ่นพับ หนังสือพิมพ์
    ตารางเวลา หนังสือ หรือ นิตยสาร โดย ส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่อง สังคม ทั่วไป ภาษาที่เข้าใจง่ายแล้ว
    จะค่อยเพิ่มความยากในส่วนของเนื้อหาและการใช้ภาษาขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเริ่มขึ้นส่วนที่สอง สาม สี่


  • Writing: Academic Writing

    มีเวลาในการเขียนหกสิบนาที และมีสองหัวข้อที่ต้องทำ ควรใช้เวลาในส่วนแรกประมาณยี่สิบนาที
    และเขียนอย่างน้อยร้อยห้าสิบคำ ส่วนที่สองนั้นควรใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที และเขียนอย่างน้อย
    สองร้อยห้าสิบคำ

    ในส่วนแรกนั้น ผู้เข้าสอบ “IELTS” จะต้องเขียนอธิบาย เกี่ยวกับ ไดอะแกรม หรือ ตาราง ที่มีไว้ให้
    การทดสอบส่วนนี้เพื่อที่จะวัดความสามารถในการจัดข้อมูล และการเปรียบเทียบข้อมูลและความ
    สามารถในการอธิบายขั้นตอนต่างๆ รวมถึงการจัดลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง และอธิบายการทำงาน
    ของสิ่งต่างๆ

    ในส่วนที่สองนั้น จะเป็นการแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่างๆที่กำหนดให้ ทั้งนี้เพื่อวัดความ
    สามารถในการแก้ปัญหา และสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถเปรียบ
    เทียบและชี้ข้อแตกต่างของเหตุการณ์ความเห็น หัวข้อที่นำมาให้เขียนนั้นง่ายต่อการเข้าใจ ทั้ง
    สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี หรือ กำลังจะเรียนต่อในระดับสูงกว่า


  • Writing: General Training

    ในส่วนแรกจะได้ คำถามที่มีลักษณะเป็นจดหมายที่เขียนขอข้อมูล หรือ อธิบายสถานการณ์ และให้
    เราเขียนตอบทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการสื่อสารโต้ตอบระหว่างบุคคลและแสดงความรู้สึก ว่า
    ชอบหรือไม่ชอบ ความต้องการและแสดงความคิดเห็นได้

    ในส่วนที่สองนั้นผู้สอบ ” IELTS” ต้องแสดงทัศนะ หรือไม่ก็ให้ อภิปรายโต้แย้ง หรือแสดงปัญหา ใน
    หัวข้อที่ให้ไว้ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล การวางโครงร่างของปัญหาและเสนอ
    แนะแนวทางแก้ปัญหาเสนอและชั่งน้ำหนักของความคิดเห็น บทความ หรือ ทฤษฎีต่างๆ ว่าน่าเชื่อถือ
    มากน้อยขนาดไหน

    Writing ทั้งสองแบบการให้คะแนนก็จะให้น้ำหนักของส่วนที่สอง มากกว่า ส่วนที่หนึ่ง และหากเขียน
    ต่ำกว่าจำนวนน้อยที่สุดที่กำหนดไว้ จะถูกหักคะแนน

    การให้คะแนน IELTS ส่วนที่หนึ่งนั้นจะให้จาก
    • Task Fulfillment
    • Coherence
    • Cohesion
    • Vocabulary
    • Sentence Structure

    การให้คะแนน IELTS ส่วนที่สองนั้นจะให้จาก
    • Arguments
    • Ideas
    • Evidence
    • Communicative Quality
    • Vocabulary
    • Sentence Structure


  • Speaking

    การสอบพูด จะเป็นการสัมภาษณ์ระหว่างผู้เข้าสอบและเจ้าหน้าที่เป็นการทดสอบความสามารถใน
    การใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร การสัมภาษณ์จะมีการบันทึกไว้ด้วยเทปบันทึกเสียง การสอบ
    สัมภาษณ์IELTS นั้นจะแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน

    ส่วนที่หนึ่ง ผู้เข้าสอบIELTS จะตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง บ้าน ครอบครัว
    การงาน การเรียน ความสนใจ ซึ่งจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาที

    ส่วนที่สอง ผู้เข้าสอบIELTS จะต้องพูดตามหัวข้อที่ได้รับในการ์ด โดยจะมีเวลาเตรียมตัว หนึ่งนาที
    และพูดประมาณสองนาที จากนั้นเจ้าหน้าที่จะถามคำถามหนึ่งหรือสองคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เราพูด

    ส่วนที่สามนั้น ก็จะเป็นการถกปัญหากันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้เข้าสอบ IELTS หัวข้อนั้นก็จะเกี่ยวๆ
    กับที่ได้รับ

    ในส่วนที่สอง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาที

 

ผลคะแนน IELTS
การให้คะแนนทักษะ ทั้งสี่แยกจากกัน (การฟัง การอ่าน การเขียน และ การพูด) จึงสามารถวัดผลแต่ละทักษะ
ได้ชัดเจน แม่นยำ และ ถูกต้องตรงกับระดับ ความสามารถ ในการใช้ ภาษาที่แท้จริงของผู้สอบ ผลสอบIELTS
จะออกมาหลังการสอบประมาณ 2 สัปดาห์ รับผลสอบได้ตั้งแต่เวลา บ่ายโมงตรง โดยผู้รับต้องนำบัตรประจำตัว
หรือ หลักฐานแสดงว่าเป็นผู้เข้าสอบ เพื่อขอรับผลสอบ สำหรับผู้ที่ต้องการผลสอบด่วนพิเศษภายในสามวัน ให้
แจ้งแก่ศูนย์สอบล่วงหน้าสิบสี่วัน พร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมสามร้อยบาท ผลสอบนั้นสามารถเก็บผลสอบไว้ได้ 2 ปี
ในใบรายงานผล จะระบุคะแนนความสามารถทั้ง 4 ทักษะและ คะแนนเฉลี่ย

โดยแบ่งคะแนนออกเป็น 9 ระดับจากสูงไปต่ำ ดังต่อไปนี้

คะแนน IELTS แต่ละลำดับ

IELTS ระดับ 9
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ดีเลิศ สามารถใช้ภาษาได้อย่าง คล่องแคล่ว ถูกต้องแม่นยำ
มีความเข้าใจภาษาดีเยี่ยม ใกล้เคียงเจ้าของภาษา
IELTS ระดับ 8
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ดีมาก สามารถใช้ภาษาได้อย่าง คล่องแคล่ว ถูกต้อง ความ
ผิดพลาดและความไม่เหมาะสม เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย
IELTS ระดับ 7
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษดี แต่ยังมีความผิดพลาด และเข้าใจผิดบางโอกาส ใช้ภาษา
ในลักษณะซับซ้อนได้ดี
IELTS ระดับ 6
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ใช้งานได้ สามารถสื่อสาร และเข้าใจ ภาษาอังกฤษ สามารถ
ใช้ภาษาในลักษณะซับซ้อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่คุ้นเคย
IELTS ระดับ 5
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ปานกลาง สามารถสื่อสารได้ ในระดับพื้นฐาน แต่ยังใช้ภาษา
ผิดบ่อยๆ
IELTS ระดับ 4
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษจำกัด สามารถใช้ภาษา ในลักษณะสถานการณ์ที่คุ้นเคยเท่านั้น
IELTS ระดับ 3
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ จำกัดมาก รู้ความหมายกว้าง ๆ และเฉพาะคำที่คุ้นเคยเท่านั้น
IELTS ระดับ 2
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในขั้น คำพื้นฐาน ไม่สามารถสื่อสารได้ พูดได้เป็นคำๆเท่านั้น
IELTS ระดับ 1
หมายถึงผู้สอบเป็นผู้ที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ ใช้ภาษา ไม่ได้เลย

 

การสมัครสอบ และสถานที่สอบ IELTS
ในประเทศไทยสามารถสอบได้จากศูนย์สอบ 2 แห่ง คือ British Council และ IDP สามารถดูรายละเอียดได้
จากทางเว็บไซต์ของสองสถาบันนี้ www.britishcouncil.org.th และ www.thailand.idp.com

 

คอร์สการันตี 100%
IELTS 6.5 “ กล้าท้าให้เรียน ”
สอบไม่ผ่าน ยินดีคืนเงิน!!

 

IELTS (36 hrs.) / 9,250 Course Schedule for MAR – JUN 2012

Siam Square Soi 2 : 02.252.3370-1

March
Reading & Writing (36 h)
sec 1 : Mon / Wed      28  Mar        10 am – 1 pm
sec 2 : Sat                     31  Mar        10 am – 1 pm

Listening & Speaking (36 h)
sec 1 : Mon / Wed     28  Mar         2 – 5 pm
sec 2 : Sat                    31  Mar         2 – 5 pm

April
Reading & Writing (36 h)
sec 1 : Tue / Thu        17  Apr         10am – 1pm
sec 2 : Sun                  29  Apr         10am – 1pm

Listening & Speaking (36 h)
sec 1 : Tue / Thu       17  Apr          2 – 5 pm
sec 2 : Sun                 29  Apr          2 – 5 pm

May
Reading & Writing (36 h)
sec 1 : Tue / Thu      17  Apr          10am – 1pm
sec 2 : Sat                  26  May        10am – 1pm

Listening & Speaking (36 h)
sec 1 : Mon / Wed   28  May         2 – 5 pm
sec 2 : Sat                 26  May         2 – 5 pm

June
Reading & Writing (36 h)
sec 1 : Tue / Thu    26  Jun          10am – 1pm
sec 2 : Sun               1 July            10am – 1pm

Listening & Speaking (36 h)
sec 1 : Tue / Thu   26  Jun           2 – 5 pm
sec 2 : Sun              1  July            2 – 5 pm

JOINPLUS + / 4,900
Intensive Program 12 hrs. (กลยุทธ์ เพิ่มคะแนนก่อนสอบ) – 2 days

Day 1 : Reading & Writing ( 6 h)
Day 2 : Listening & Speaking ( 6 h)

March
Sat  24 –  Sun          25     Mar        10am –  5pm
Sat  31 –  Sun          1       Apr         10am –  5pm

April
Sat  7 –  Sun             8       Apr        10am –  5pm
Sat  21 –  Sun         22     Apr         10am –  5pm

May
Sat  5 –  Sun            6       May        10am –  5pm
Sat  19 –  Sun        20     May        10am –  5pm

June
Sat  2 –  Sun           3       Jun         10am –  5pm
Sat  16 –  Sun       17      Jun         10am –  5pm

 

 

Share This

About The Author

bangkokfa