-->

 

ความงามล้วนตีได้หลายความหมาย เช่นเดียวกับโลกใบนี้ที่มีหลายวัฒนธรรมหลายความชอบ
ย่อมตีความหมายของคำว่าความงามแตกต่างกัน วันนี้ BangkokFA จะพาทุกคนไปชมแฟชั่นสุดแปลกจากทั่วโลก
ที่ในวัฒนธรรมแหล่งนั้นจัดว่าเป็นความงามที่สุดแล้ว

 

อันดับที่ 12 : คิ้วทรงพิลึกกึกกือ

ภาพจาก : https://prettyuglylittleliar.net/topic/1154-puddingkanin-bonbonchuu-pele-whitney-lillaflan/?page=25

อันดับที่ 12 : คิ้วทรงพิลึกกึกกือ

สถานที่ : จีน
ช่วงเวลา : ประมาณ ค.ศ. 700 – 900
ชาวจีนสมัยนั้นชอบถอนคิ้วของตัวเอง แล้ววาดคิ้วขึ้นใหม่เป็นทรงแปลกๆ ทรงตรงบ้าง กลมบ้าง
เจ้าคิ้วพวกนี้ยังมีชื่อเรียกอีกด้วย เช่น “หุบเขาไกลโพ้น”, “ใบวิลโลว์” หรือ “หนวดผีเสื้อราตรี”
อย่างไรก็ตามการมีคิ้วทรงแปลกๆถือเป็นเรื่องฮิตในหลายช่วงประวัติศาสตร์ รวมถึงปัจจุบันด้วย
สังเกตได้ว่าในแต่ละปีเราก็จะเจอคิ้วทรงแปลกๆตามโซเชียลมีเดียไม่ใช่เฉพาะในจีนเท่านั้น

 

อันดับที่ 11 : การสักปากของชนเผ่าไอนุ

ภาพจาก : http://www.konbini.com/us/lifestyle/traditions-hokusai-and-yakuza-meeting-with-horiyoshi-iii-japanese-master-tattooist/

อันดับที่ 11 : การสักปากของชนเผ่าไอนุ

สถานที่ : ญี่ปุ่นทางตอนเหนือ
ช่วงเวลา : ค.ศ. 1294 – 1871
ชนเผ่าไอนุ อาศัยอยู่ที่หมู่เกาะทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น
ผู้หญิงในชนเผ่านี้จะถูกสักที่ปากเป็นรูปคล้ายรอยยิมของโจ๊กเกอร์
โดยพวกไอนุเชื่อว่ามันจะช่วยให้พวกเธอได้แต่งงาน (อาจจะสวยจนหนุ่มๆมาสนใจ)
หรือแม้กระทั่งพบความสงบสุขหลังในชีวิตหลังความตาย
ในการสักปากนั้นจะเริ่มสักตั้งแต่อายุ7ขวบ และจะสักเติมเรื่อยๆเมื่อโตขึ้น
ต่อมารัฐบาลญี่ปุ่นได้สั่งแบนการสักปากในปี1871 ทำให้ในปัจจุบันไม่มีแล้ว

 

อันดับที่ 10 : สังคมหัวสูง

ภาพจาก : http://www.look4ward.co.uk/weird/ancient-practice-of-head-elongation-why-early-humans-reshaped-their-skulls/

อันดับที่ 10 : สังคมหัวสูง

สถานที่ : อิตาลี, ฝรั่งเศส, ยุโรปตะวันออก, แถบอเมริกากลาง และ แอฟริกา
ช่วงเวลา : หลายช่วงเวลา
น่าสนใจที่แฟชั่นการยืดกะโหลกพบได้ในหลายที่บนโลก แม้ในที่เหล่านี้จะไม่เชื่อมโยงถึงกัน
หรือเป็นเวลาเดียวกันเลยก็ตาม ซึ่งได้แก่ ชาวฮัน(อยู่ยุโรปตะวันออก ไม่ใช่พวกชาวฮั่นของจีนนะ),
ชาวอิตาลี ชาวซาร์มาเทียน, ชาวมายา ชาวแอฟริกันในบางเผ่า
และก็มีที่ฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 20 อีกด้วย ส่วนวิธีการยืดหรือเปลี่ยนรูปทรงกะโหลกนั้น
พ่อแม่จะมัดศีรษะของทารกด้วยเชือกและนำไปนอนบนเตียงที่ทำขึ้นพิเศษสำหรับยืดกะโหลกโดยเฉพาะ

 

อันดับที่ 9 : โอฮากุโร่

ภาพจาก : https://conoce-japon.com/curiosidades-2/ohaguro/

อันดับที่ 9 : โอฮากุโร่
สถานที่ : ญี่ปุ่น
ช่วงเวลา : ประมาณ ค.ศ. 800 – 1900
โอฮากุโร่(Ohaguro)แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “ฟันดำ” เป็นแฟชั่นที่ป๊อปปูล่ามากสำหรับสาวญี่ปุ่น
มีมาตั้งแต่โบราณจนถึงศตวรรษที่ 19 ฟิลลิ่งคล้ายๆการเคี้ยวหมากฟันดำของบ้านเรานี่แหละ
ทุกวันนี้เราสามารถเห็นสาวญี่ปุ่นฟันดำจากการแต่งหน้าในแสดงละครเวทีพื้นบ้านเท่านั้น
การย้อมฟันดำเกิดจากแนวคิดของทางพุทธที่ว่าฟันขาวสื่อถึงฟันของสัตว์และคนป่าเถื่อน
ส่วนผสมในการย้อม ประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก, Sumac gallnuts(พืชชนิดหนึ่งในญี่ปุ่น)
ผสมกับกรดเอซีติก ทั้งนี้สีย้อมจะอยู่ไม่นานหลายวันผ่านไปจะเริ่มลอกต้องคอยย้อมใหม่
ในสมัยเอโดะ(ค.ศ. 1603 – 1868) การย้อมฟันจะมีเฉพาะหญิงสาวที่แต่งงานหรืออายุ18ปีขึ้นไป
ไม่ก็เป็นเหล่าเกอิชา เพราะพวกสาวๆที่ยังอายุน้อย มองว่าการย้อมฟันมันเชยระเบิด
พอมาในสมัยเมจิ(ค.ศ. 1868-1912) การย้อมฟันก็เริ่มหายไปในสังคมญี่ปุ่นในที่สุด

 

อันดับที่ 8 : แฟชั่นไร้ขน

ภาพจาก : https://www.khanacademy.org/humanities/renaissance-reformation/northern-renaissance1/christus/v/petrus-christus-portrait-of-a-young-woman-c-1470

อันดับที่ 8 : แฟชั่นไร้ขน
สถานที่ : ยุโรป
ช่วงเวลา : ศตวรรษที่ 13 – 16
การมีเส้นผมหรือขนนั้นไม่เป็นที่นิยมอย่างมากในชนชั้นสูงของยุโรป
บางคนโกนผม, คิ้ว หรือแม้กระทั้งถอนขนตาของตัวเอง
การโกนหรอถอนขนนั้นเป็นเรื่องปกติมากในสมัยนั้น เนื่องจาก
ชาวยุโรปหลายคนประสบกับสภาวะโรคกระดูกอ่อนที่ทำให้ผมและขนร่วงตั้งแต่เด็ก
ซึ่งน่าจะเกิดจากการแต่งงานกันเองในเครือญาติของชนชั้นสูง
พวกผู้ดีเลยแก้ปัญหานี้โดยการสร้างเทรนด์ไร้ขนขึ้นมา แล้วผู้คนก็ทำตามเฉย

 

อันดับที่ 7 : นิ้วยาว

ภาพจาก : http://lifeofaannie.blogspot.com/2014/05/sunday-morning-rambling.html

อันดับที่ 7 : นิ้วยาว
สถานที่ : จีน
ช่วงเวลา : สมัยราชวงศ์ชิง(ค.ศ. 1644–1912)
การไว้เล็บยาวของคนจีนบ่งบอกถึงความมั่งคั่งและความเกียจคร้านความสบายไม่ต้องทำงาน
และยังเชื่อว่าสามารถใช้สื่อสารกับเทพเจ้าได้ง่ายขึ้น
คนจีนที่ร่ำรวยยังประดับเล็บด้วยปลอกทองคำที่ฝั่งเพชรลงไปอีกด้วย
สิ่งนี้เป็นตัวบ่งบอกฐานะ และปกป้องเล็บไม่ให้เล็บหัก

 

อันดับที่ 6 : สักหน้าของชนเผ่าเมารี

ภาพจาก : https://brightside.me/wonder-curiosities/12-scary-fashion-trends-that-used-to-have-worldwide-popularity-382960/

อันดับที่ 6 : สักหน้าของชนเผ่าเมารี

สถานที่ : นิวซีแลนด์
ช่วงเวลา : ไม่แน่ชัด – ปัจจุบัน
ถ้าพูดถึงชนเผ่าเมารีแล้วสิ่งที่ต้องนึกถึงเลยก็คือการสัก หรือในภาษาของเขาเรียกว่า “Ta moko” นั่นเอง
ชนเผ่าพวกนี้ชื่นชอบการสักอย่างมากโดยผู้ชายจะนิยมสักทั้งตัว และผู้หญิงจะนิยมสักที่คาง
ปากและคอด้านบน ในสมัยก่อนการสักนั้นจะใช้สิ่ว(Uhi)ในการสัก ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีจากชาติตะวันตก
เข้ามาในแถบนี้ในช่วงศตวรรษที่ 19 จึงเปลี่ยนมาใช้เข็มแทน แต่ก็มีบางส่วนที่ใช้ยังคงใช้สิ่วอยู่

 

อันดับที่ 5 : น่องใหญ่ชายชาตรี

ภาพจาก : https://www.pinterest.com/pin/331436853811814916/?lp=true

อันดับที่ 5 : น่องใหญ่ชายชาตรี
สถานที่ : ยุโรป
ช่วงเวลา : ศตวรรษที่ 12 – 18
ในสมัยก่อนผู้หญิงมักปกปิดขาของตัวเอง แต่สำหรับผู้ชายจะโชว์น่องผ่านการใส่ถุงน่อง
เหมือนพวกตัวตลกHarley Quin บางคนก็ครีเอท ใส่ข้างละสีซะเลย
ส่วนบางคนที่น่องเล็กลีบแบนก็จะใส่น่องปลอมทับเพื่อปกปิดน่องของตัวเอง
วัฒนธรรมนี้มีมาตั้งแต่ยุคกลาง จนถึงยุคโรโคโค่ เมื่อถึงยุคปฏิวัติฝรั่งเศส จึงเริ่มมาใส่กางเกงขายาวแทน

 

อันดับที่ 4 : รอยสักของพวกนอกรีต

ภาพจาก : https://www.pinterest.com/mgrkinic/traditinal-tattoos-among-christian-woman-in-croati/?lp=true

อันดับที่ 4 : รอยสักของพวกนอกรีต
สถานที่ : คาบสมุทรบอลข่าน
ช่วงเวลา : ศตวรรษที่ 7 – 19
อย่าตกใจ ถ้าคุณเห็นคุณยายในแถบนี้มีรอยสัก สตรีชาวบอสเนียน, โครเอเชียน และ อัลบาเนียน
เคยสักที่มือเป็นรูปดวงดาว ระบบสุริยะต่างๆ ตามความเชื่อชนเผ่าโบราณว่าสิ่งเหล่านี้คือเครื่องรางป้องกันภัย
และจะสักในช่วงฤดูใบไม้ผลิในวันที่เวลากลางวันและกลางคืนเท่ากัน ประโยชน์อย่างหนึ่งของการสักคือ
ผู้หญิงเล่านี้จะไม่โดนพวกเติร์กจับไปเป็นนางบำเรอในฮาเร็ม เพราะพวกเติร์กไม่ชอบผู้หญิงสัก

อันดับที่ 3 : วัฒนธรรมการเจาะจมูก

ภาพจาก : http://www.hamaraevent.com/blog-on-events-venues-weddings-and-parties/10-stunning-accessories-that-are-a-must-have-for-any-bride

อันดับที่ 3 : วัฒนธรรมการเจาะจมูก
สถานที่ : อินเดีย
ช่วงเวลา : ศตวรรษที่ 15 – ปัจจุบัน
วัฒนธรรมการเจาะจมูกยังคงเป็นที่นิยมในอินเดีย หลายคนนิยมเจาะแล้วใส่สายโซ่เชื่อมกับต่างหู
โดยได้รับอิทธิพลจากตะวันออกกลาง นอกจากนี้พวกคนอินเดียเชื่อว่าหญิงที่เจาะจมูกด้านซ้ายจะทำให้มีลูกง่ายขึ้น

 

อันดับที่ 2 : ประกวดชายงาม

ภาพจาก : https://face2faceafrica.com/article/5-stylish-indigenous-tribes-africa

อันดับที่ 2 : ประกวดชายงาม

สถานที่ : ไนจีเรีย
ช่วงเวลา : ไม่แน่ชัด – ปัจจุบัน
เผ่าวูดาบี(Wodaabe)ทางตอนเหนือของไนจีเรีย ทุกปีจะจัดเทศกาล Cure Salee ในช่วงกลางของเทศกาลจะมีพิธีกรรมเฉลิมฉลองที่เรียกว่า Gerewol ผู้ชายในเผ่าจะพากันแต่งเนื้อแต่งตัวให้หล่อเหลาที่สุดเพื่อเข้าประกวดเฟ้นหาชายงามโดยผู้หญิงในเผ่าเป็นผู้ตัดสิน(เป็นการหาสามีไปในตัว) ผู้ชนะจะได้สาวไปหลับนอนด้วย ผู้ชายจะทาสีดำที่รอบดวงตาและริบฝีปากเพื่อให้เห็นฟันและตาที่ขาว อันเป็นอุดมคติของพวกเขาที่ว่าใครฟันและตาขาวแปลว่าหน้าตาดี พร้อมสวมหมวกและทาสีที่หน้าเป็นสีต่างๆ

 

อันดับที่ 1 : ผู้หญิงผมยาว

ภาพจาก : http://en.people.cn/n3/2016/0411/c90000-9042549-4.html

อันดับที่ 1 : ผู้หญิงผมยาว
สถานที่ : จีน
ช่วงเวลา : ไม่แน่ชัด – ปัจจุบัน
ชนเผ่าเย้า อาศัยอยู่ในหมู่บ้านฮวงหลูของจีน หญิงสาวในเผ่านี้จะรักและหวงแหนผมของตัวเองมากพวกหล่อนมีผมยาวเหมือนราพันเซล พวกหล่อนจะหยุดตัดผมของตัวเองเมื่ออายุ16ปี ในสมัยโบราณหญิงเผ่าเย้าจะนำผ้ามาปิดผมของตัวเองไว้ โดยที่ชายใดก็ห้ามเห็นผมของเธอนอกจากสามีและลูก หากมีชายได้เห็นผมของเธอ ชายผู้นั้นจะถูกบังคับให้แต่งงานกับเธอ ซึ่งประเพณีนี้ได้ถูกยกเลิกไปในปี 1987 ปัจจุบันหญิงเผ่าเย้าสามารถโชว์ผมของตัวเองให้คนทั่วไปดูได้แล้ว

 

อันนี้แถม : ลดความสวยเพื่อความอยู่รอด

ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=xQLpV4Ig62U

อันนี้แถม : ลดความสวยเพื่อความอยู่รอด
สถานที่ : อินเดีย
ช่วงเวลา : ไม่แน่ชัด – ช่วงค.ศ. 1970
แฟชั่นก่อนหน้านี้ที่กล่าวมา เน้นเพื่อให้เกิดความงามตามอุดมคติของพวกเขา
แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงจากเผ่าอะปาตานีที่อาศัยอยู่ในรัฐอรุณาจัลประเทศ(Arunachal Pradesh)
อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย พวกเธอมีวัฒนธรรมเจาะรูจมูกให้กว้างเพื่อให้สวยน้อยลง!!
ทั้งนี้เพราะในสมัยก่อนชนเผ่าอื่นๆมักชอบฉุดผู้หญิงเผ่านี้เสมอ(เพราะสวยมาก) พวกเธอเลยเริ่มหาทางป้องกันตัวเอง
เพื่อให้รอดพ้นจากเงื้อมมือชายโฉด ด้วยการเจาะจมูกและสักที่ใบหน้าเพื่อให้สวยน้อยลงนั่นเอง

 

ทั้งนี้ความงามของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางสิ่งอาจจะดูไม่สวยในสายตาของเรา เพราะอยู่คนละวัฒนธรรมและคนละช่วงเวลา ทางเราก็ขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งตัดสินคนจากวัฒนธรรมอื่นโดยไม่ได้ศึกษาหรือทำความเข้าใจก่อน เพราะความงามย่อมมีที่มาที่ไปเสมอ

 

สอบถามข้อมูลหรือปรึกษาเกี่ยวกับคอร์สเรียนของBangkokFA

โทร 086–256–6777, 086–253–3777

Website : www.bangkokfa.com

Facebook : www.facebook.com/bangkokfa

Instagram : @bangkokfa

BangkokFA เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 . – 19.00 . ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

 

แปลจาก :
https://brightside.me/wonder-curiosities/12-scary-fashion-trends-that-used-to-have-worldwide-popularity-382960/

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก :
http://wasa-bi.com/topics/1581
https://discoverjapannow.wordpress.com/tag/ainu-womens-tattoo/
https://board.postjung.com/690876.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Tā_moko
https://www.posttoday.com/world/news/468952
https://travel.mthai.com/world-travel/33585.html

Share This

About The Author

bangkokfa