-->

แนวคิดของคุณหมู พลพัฒน์ อัศวประภาเรื่อง ‘Personal Stylist’ 

 

 

เขากลับเมืองไทยเพื่อมารับช่วงธุรกิจของครอบครัว ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้ามานานกว่า 30 ปี แต่เพราะในตอนที่อยู่นิวยอร์กมีโอกาสได้ร่วมงานกับนิตยสารหลายฉบับ เพราะเรียนจบและมีประสบการณ์ด้านแฟชั่น เมื่อกลับมาเมืองไทยจึงได้เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับเรื่องแฟชั่นในนิตยสารต่างๆ

 

 

แต่จุดเปลี่ยนมาจากเมื่อศูนย์การค้าสยามพารากอนต้องการมี Personal Stylist หรือที่ปรึกษาด้านการแต่งกาย ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทย เพราะ Fashion Stylist ที่มีอยู่นั้นทำงานให้กับนิตยสารและทีวี เป็นการแต่งให้กับนางแบบหรือการถ่ายแบบในลักษณะของ mock up ซึ่งเป็นงานแบบOne Way แตกต่างกับPersonal Stylist ที่แต่งตัวให้กับคนที่ต้องการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ และใช้ได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นงานแบบReal Way เพราะคนที่มาปรึกษามีส่วนที่ต้องการจะแก้ไขปรับปรุง หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนลักษณะการแต่งตัวเมื่อเปลี่ยนสายงาน เช่น จากทำด้านการเงินมาเป็นงานด้านบันเทิง หรือกำลังจะกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากไปเลี้ยงลูกมา 3-4 ปี หรือมีงานอีเว้นต์ที่มีความเป็นทางการมาก หรือต้องไปงานกาล่าดินเนอร์ซึ่งไม่เคยไปมาก่อน

 

 

คุณสมบัติของPersonal Stylist คือ ต้องรู้เรื่องแฟชั่น มีความรู้ด้านศิลปะในเชิงทฤษฎี และความอดทนมีความสำคัญ เพราะในความเป็นจริงงานนี้คืองานบริการ เหมือนทุกอาชีพที่ทำงานหนัก ต้องไม่หยุดรับสื่อและประมวล รู้ว่าอะไรดีไม่ดี เช่น ดาราเกาหลีที่มาเล่นคอนเสิร์ตเมืองไทย ซึ่งแม้จะไม่ชอบสไตล์เกาหลี แต่ทำได้เพราะเข้าใจ และช่วยสร้างความไว้ใจมากขึ้น แม้ว่าโดยส่วนตัวจะชอบแฟชั่นในแบบ ‘Minimalist’ หรือน้อยชิ้นแต่ดูดี อย่างModern Classic คือมีความเรียบโก้ ไม่เอะอะ ไม่กรีดร้อง เพราะรักแฟชั่นในส่วนของการนำไปใช้มากกว่าในส่วนของการเป็นแฟนตาซี

แม้อาชีพ Personal Stylistยังอยู่ในจุดเริ่มต้น แต่มีทิศทางที่ดี เพราะเริ่มมีการนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าหรือบริการต่างๆ มากขึ้น…..อนาคตสำหรับคนที่เข้าใจและรักในแฟชั่นจริงๆ

Cr. www.manager.co.th

Photo : instagram@polpatasava

สอบถามข้อมูลหรือปรึกษาคอร์สเรียนกับ BANGKOKFA

 086.256.6777 , 086.253.3777

www.bangkokfa.com

BangkokFA เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 น. 19.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

Share This

About The Author

bangkokfa